ประเมินราคาฟรี

อาคาร 9 ประเภทที่ต้องตรวจสอบตามกฎหมาย: เกณฑ์ขนาด ตรวจประจำปี และใบ ร.1

เช็คว่าอาคารของคุณเข้าข่ายอาคารควบคุม 9 ประเภทที่กฎหมายบังคับให้ตรวจสอบหรือไม่ ด้วยตารางเกณฑ์ขนาดจากแหล่งราชการ แล้วดูต่อว่าตรวจใหญ่กับตรวจสอบอาคารประจำปีต่างกันอย่างไร ใครเป็นผู้ตรวจได้ และขอใบรับรองการตรวจสอบอาคาร (ใบ ร.1) อย่างไร

จัดทำโดย บริษัท ทริปเปิ้ลอี จำกัด · ปรับปรุง

สรุปสั้น: อาคารที่กฎหมายควบคุมอาคารบังคับให้ตรวจสอบมี 9 ประเภท คือ อาคารสูง อาคารขนาดใหญ่พิเศษ อาคารชุมนุมคน โรงมหรสพ โรงแรมตั้งแต่ 80 ห้อง สถานบริการตั้งแต่ 200 ตร.ม. อาคารชุด/อาคารอยู่อาศัยรวมตั้งแต่ 2,000 ตร.ม. โรงงานสูงกว่า 1 ชั้นที่มีพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 5,000 ตร.ม. และป้ายขนาดใหญ่ เจ้าของอาคารต้องจัดให้ผู้ตรวจสอบอาคารที่ขึ้นทะเบียนตรวจใหญ่ทุก 5 ปี และตรวจประจำปีในปีระหว่างนั้น แล้วยื่นรายงานต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นเพื่อพิจารณาออกใบรับรองการตรวจสอบอาคาร (แบบ ร.1)
ภาพสื่อแนวคิด กลุ่มอาคารสูงและอาคารพักอาศัยพร้อมคลิปบอร์ดรายการตรวจและเครื่องหมายถูก
ภาพสื่อแนวคิดการเตรียมตรวจอาคารตามประเภทและการใช้งาน

การตรวจสอบอาคารคืออะไร ทำไมกฎหมายต้องบังคับ

การตรวจสอบอาคาร (Building Inspection) คือการให้ผู้ตรวจสอบที่ขึ้นทะเบียนตามกฎหมาย เข้าตรวจประเมินความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้าง ระบบประกอบอาคาร (ไฟฟ้า ลิฟต์ ระบบดับเพลิง ทางหนีไฟ) และสมรรถนะด้านความปลอดภัย ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร

มาตรา 32 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 กำหนดให้ผู้ตรวจสอบด้านวิศวกรรมหรือด้านสถาปัตยกรรมตรวจทั้งสภาพอาคาร โครงสร้างของตัวอาคาร และอุปกรณ์ประกอบที่เกี่ยวกับความปลอดภัยของผู้ใช้อาคาร ได้แก่

ที่กฎหมายบังคับเพราะบทเรียนราคาแพงในอดีต ทั้งเพลิงไหม้และอาคารถล่ม ที่ความเสียหายส่วนใหญ่ป้องกันได้ถ้ามีการตรวจสภาพสม่ำเสมอ — เหมือนรถต้องตรวจสภาพประจำปี อาคารที่มีคนใช้จำนวนมากก็เช่นกัน

อาคารควบคุม 9 ประเภทที่ต้องตรวจสอบตามกฎหมาย (ตารางเกณฑ์ขนาด)

อาคาร 9 ประเภทนี้มาจากกฎหมาย 2 ชั้น: 3 ประเภทแรกกำหนดไว้ในมาตรา 32 ทวิ (1) และ (2) แห่ง พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร ส่วนอีก 6 ประเภทกำหนดในกฎกระทรวงกำหนดประเภทอาคารที่ต้องจัดให้มีผู้ตรวจสอบ พ.ศ. 2548 ข้อ 1 ซึ่งออกตามมาตรา 32 ทวิ (3) เมื่อรวมกันจึงเป็น "อาคาร 9 ประเภท" ที่เจ้าของอาคารต้องจัดให้มีการตรวจสอบ

อาคาร 9 ประเภทที่ต้องตรวจสอบ พร้อมเกณฑ์ขนาดและที่มาทางกฎหมาย
ประเภทอาคารเกณฑ์ที่เข้าข่ายที่มา
1. อาคารสูงความสูงตั้งแต่ 23 เมตรขึ้นไป (ดูวิธีวัดด้านล่าง)พ.ร.บ. มาตรา 32 ทวิ (1)
2. อาคารขนาดใหญ่พิเศษพื้นที่รวมกันทุกชั้นในหลังเดียวกันตั้งแต่ 10,000 ตร.ม. ขึ้นไปพ.ร.บ. มาตรา 32 ทวิ (1)
3. อาคารชุมนุมคนอาคารที่ใช้เพื่อการชุมนุมคน พื้นที่ตั้งแต่ 1,000 ตร.ม. หรือจุคนได้ตั้งแต่ 500 คนขึ้นไปพ.ร.บ. มาตรา 32 ทวิ (2)
4. โรงมหรสพโรงมหรสพทุกแห่ง กฎกระทรวงไม่ได้กำหนดขนาดขั้นต่ำกฎกระทรวง 2548 ข้อ 1 (1)
5. โรงแรมโรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม ที่มีห้องพักตั้งแต่ 80 ห้องขึ้นไปกฎกระทรวง 2548 ข้อ 1 (2)
6. สถานบริการสถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ ที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 200 ตร.ม. ขึ้นไปกฎกระทรวง 2548 ข้อ 1 (3)
7. อาคารชุด / อาคารอยู่อาศัยรวมพื้นที่ตั้งแต่ 2,000 ตร.ม. ขึ้นไป (เช่น คอนโด อพาร์ตเมนต์ หอพัก)กฎกระทรวง 2548 ข้อ 1 (4)
8. อาคารโรงงานโรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน ที่สูงมากกว่า 1 ชั้น และมีพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 5,000 ตร.ม. ขึ้นไปกฎกระทรวง 2548 ข้อ 1 (5)
9. ป้ายขนาดใหญ่ป้ายหรือโครงป้ายที่สูงจากพื้นดินตั้งแต่ 15 เมตร หรือมีพื้นที่ตั้งแต่ 50 ตร.ม. หรือป้ายบนหลังคา/ดาดฟ้าหรือส่วนใดของอาคารที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 25 ตร.ม. ขึ้นไปกฎกระทรวง 2548 ข้อ 1 (6)

ที่มาของตาราง: สำนักงานควบคุมอาคาร กรุงเทพมหานคร และคู่มือสำหรับประชาชนการขอใบรับรองการตรวจสอบสภาพอาคาร (แบบ ขร.1) ของกรุงเทพมหานคร ดูลิงก์ในหัวข้อแหล่งข้อมูลประกอบท้ายบทความ

💡 เจ้าของหอพัก/อพาร์ตเมนต์พลาดข้อ 7 กันบ่อยที่สุด — ตึกอยู่อาศัยรวมที่พื้นที่รวมทุกชั้นเกิน 2,000 ตร.ม. เข้าข่ายต้องตรวจ แม้จะสูงแค่ 3-4 ชั้นก็ตาม

วิธีวัดความสูงและนับพื้นที่ที่มักเข้าใจผิด

ตัวอย่างการเช็คเบื้องต้น (ตัวอย่างสมมติ)

ตัวอย่างเหล่านี้ใช้เพื่อทำความเข้าใจวิธีอ่านเกณฑ์เท่านั้น ผลจริงขึ้นกับการใช้อาคาร พื้นที่ตามแบบ และเอกสารอนุญาตของอาคารแต่ละหลัง

อาคารควบคุมการใช้ คืออะไร เกี่ยวกับอาคาร 9 ประเภทอย่างไร

หลายคนค้นคำว่า "อาคารควบคุมการใช้ 9 ประเภท" แต่ในกฎหมาย 2 คำนี้อยู่คนละมาตรา อาคารประเภทควบคุมการใช้ ตามมาตรา 32 แห่ง พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 หมายถึง

กฎหมายควบคุม "การเริ่มใช้" อาคารกลุ่มนี้ เมื่อก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเคลื่อนย้ายเสร็จ ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องแจ้งเจ้าพนักงานท้องถิ่นเป็นหนังสือเพื่อตรวจ เจ้าพนักงานท้องถิ่นต้องตรวจให้เสร็จภายใน 30 วันนับแต่ได้รับแจ้ง และออกใบรับรองให้ใช้อาคารเมื่อเห็นว่าถูกต้องตามที่ได้รับอนุญาต ส่วนการนำอาคารที่ไม่ใช่อาคารประเภทควบคุมการใช้ไปใช้เพื่อกิจการตามมาตรา 32 ต้องได้รับอนุญาตหรือแจ้งเจ้าพนักงานท้องถิ่นก่อนตามมาตรา 33

เทียบอาคารประเภทควบคุมการใช้กับอาคาร 9 ประเภทที่ต้องตรวจสอบ
หัวข้ออาคารประเภทควบคุมการใช้อาคาร 9 ประเภทที่ต้องตรวจสอบ
มาตราหลักมาตรา 32 และมาตรา 33มาตรา 32 ทวิ และกฎกระทรวง พ.ศ. 2548
กฎหมายดูเรื่องอะไรใช้อาคารให้ตรงกับกิจการที่ได้รับอนุญาตสภาพอาคารและระบบความปลอดภัยระหว่างใช้งาน
เกิดขึ้นเมื่อไหร่เมื่อก่อสร้างเสร็จก่อนเริ่มใช้ และเมื่อเปลี่ยนการใช้ตรวจใหญ่ทุก 5 ปี และตรวจประจำปีในปีระหว่างนั้น
เอกสารที่ได้ใบรับรองจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นเพื่อให้ใช้อาคารใบรับรองการตรวจสอบอาคาร (แบบ ร.1)

อาคารหลังเดียวอาจเกี่ยวข้องทั้งสองเรื่อง เช่น โรงแรมที่มีห้องพักตั้งแต่ 80 ห้อง หรืออาคารชุดที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 2,000 ตร.ม. ซึ่งเป็นทั้งอาคารประเภทควบคุมการใช้และอาคารที่ต้องตรวจสอบ ถ้ากำลังจะต่อเติม ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคาร อ่านเพิ่มเรื่องรีโนเวทหรือต่อเติมอาคารต้องขออนุญาตไหม และขั้นตอนขออนุญาตก่อสร้างอาคารก่อนเริ่มงาน

ตรวจสอบใหญ่ กับ ตรวจสอบอาคารประจำปี ต่างกันอย่างไร

การตรวจสอบอาคารตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร แบ่งเป็น 2 แบบที่ทำงานต่อเนื่องกันเป็นรอบ 5 ปี การตรวจใหญ่เป็นตัววางแผน ส่วนการตรวจประจำปีเป็นการติดตามตามแผนนั้น

ความต่างระหว่างการตรวจสอบใหญ่และการตรวจสอบประจำปี
หัวข้อตรวจสอบใหญ่ตรวจสอบประจำปี
ความถี่ทุก 5 ปีทุกปี ในช่วงปีระหว่างการตรวจใหญ่
ขอบเขตโครงสร้างอาคารและระบบทุกระบบตามแผนการตรวจสอบประจำปีที่ผู้ตรวจจัดทำไว้ในการตรวจใหญ่
สิ่งที่ผู้ตรวจจัดทำรายงานผล แผนปฏิบัติการตรวจบำรุงอาคารพร้อมคู่มือ และแผนการตรวจสอบประจำปีรายงานผลการตรวจตามแผนประจำปี
เอกสารยื่นเจ้าพนักงานรายงานฉบับจริงที่เจ้าของและผู้ตรวจลงชื่อ สำเนาใบอนุญาตวิชาชีพ สำเนาหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียน สำเนาบัตรประชาชน และแบบแปลนสำหรับการตรวจรายงานประจำปีฉบับจริง สำเนาบัตรประชาชน และแบบแปลน ถ้าผู้ตรวจเป็นคนเดิมกับรอบตรวจใหญ่ล่าสุด หากเปลี่ยนผู้ตรวจให้เตรียมเอกสารเหมือนตรวจใหญ่

ตรวจครั้งแรกเมื่อไหร่ และต้องยื่นรายงานก่อนวันไหน

ข้อมูลส่วนนี้สรุปจากเอกสารเผยแพร่ของสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสมุทรสาคร (กรมโยธาธิการและผังเมือง) กำหนดวันที่ใช้กับอาคารจริงควรยืนยันกับเจ้าพนักงานท้องถิ่นในพื้นที่

ใครเป็นผู้ตรวจสอบอาคารได้

ผู้ตรวจสอบอาคารตามมาตรา 32 ทวิ ต้องขึ้นทะเบียนกับคณะกรรมการควบคุมอาคาร และได้รับหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบ (แบบ รต.1) โดยเป็นได้ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล

ผู้ตรวจสอบที่เป็นบุคคลธรรมดา

ผู้ตรวจสอบที่เป็นนิติบุคคล

ต้องจดทะเบียนตามกฎหมายไทย ทุนจดทะเบียนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งเป็นของผู้มีสัญชาติไทย และหุ้นส่วน ผู้ถือหุ้น หรือกรรมการเป็นคนไทยไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง ได้รับอนุญาตประกอบวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง และสมาชิกในคณะผู้บริหารไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งต้องผ่านการอบรมหลักสูตรที่คณะกรรมการควบคุมอาคารรับรอง

หากผู้ตรวจสอบอาคารสรุปผลการตรวจในส่วนใดไม่ได้ ต้องจัดหาผู้ประกอบวิชาชีพเฉพาะสาขามาตรวจเพิ่มเติม จึงควรตกลงขอบเขตและผู้รับผิดชอบแต่ละระบบให้ชัดตั้งแต่ก่อนเข้าตรวจ

ก่อนจ้างผู้ตรวจสอบ ขอดูสำเนาหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียน (แบบ รต.1) และใบอนุญาตประกอบวิชาชีพที่ยังไม่สิ้นอายุ เพราะเป็นเอกสารที่ต้องแนบตอนยื่นขอใบรับรองตามคู่มือประชาชนของ กทม. หากไม่แน่ใจสถานะการขึ้นทะเบียน สอบถามกรมโยธาธิการและผังเมืองได้

ใบ ร.1 คืออะไร ใบรับรองการตรวจสอบอาคารขอยังไง

ใบ ร.1 (แบบ ร.1) คือใบรับรองการตรวจสอบอาคาร ที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นออกให้หลังพิจารณารายงานผลการตรวจสอบสภาพอาคารแล้ว ตามมาตรา 32 ทวิ เจ้าพนักงานท้องถิ่นต้องพิจารณาผลการตรวจโดยไม่ชักช้า เพื่อออกใบรับรองการตรวจสอบสภาพอาคาร หรือดำเนินการตามมาตรา 46 หรือมาตรา 46 ทวิ แล้วแต่กรณี เมื่อได้รับใบรับรองแล้ว ควรนำไปติดประกาศภายในอาคารในบริเวณที่เห็นได้ชัด

แบบ ร.1 กับแบบ ขร.1 ต่างกันอย่างไร

แบบ ขร.1 คือคำขอรับใบรับรองการตรวจสอบอาคารที่เจ้าของอาคารใช้ยื่น ส่วนแบบ ร.1 คือใบรับรองที่ได้รับเมื่อเจ้าพนักงานพิจารณาแล้ว ชื่อแบบฟอร์มนี้อ้างตามคู่มือสำหรับประชาชนของกรุงเทพมหานคร ท้องถิ่นอื่นอาจใช้แบบหรือขั้นตอนต่างไป

ขั้นตอนขอใบ ร.1 ทีละขั้น

ภาพขั้นตอนผู้ตรวจตรวจอาคาร จัดทำรายงาน ยื่นคำขอ และรับใบ ร.1
ภาพรวมขั้นตอนใบ ร.1 ควรตรวจรายละเอียดกับผู้ตรวจและท้องถิ่น
  1. จัดหาผู้ตรวจสอบอาคารที่ขึ้นทะเบียน และตกลงขอบเขตว่าเป็นการตรวจใหญ่หรือตรวจประจำปี
  2. เตรียมแบบแปลนสำหรับการตรวจสอบไว้ที่อาคาร โดยแปลนพื้นทุกชั้นแสดงตำแหน่งอุปกรณ์ดับเพลิง เส้นทางหนีไฟ และบันไดหนีไฟ
  3. ผู้ตรวจสอบตรวจแบบ เอกสาร และบันทึกการบำรุงรักษาที่ผ่านมา แล้วเข้าตรวจอาคารตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
  4. ผู้ตรวจจัดทำรายงานผล หากอาคารยังไม่ผ่านเกณฑ์ ผู้ตรวจจะแจ้งรายการให้เจ้าของอาคารแก้ไขปรับปรุง
  5. เจ้าของอาคารยื่นคำขอพร้อมรายงานผลต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น (กรุงเทพมหานครใช้แบบ ขร.1)
  6. เจ้าพนักงานท้องถิ่นพิจารณาและออกใบรับรองการตรวจสอบอาคาร (แบบ ร.1)
  7. ติดประกาศใบรับรองในอาคาร ตรวจบำรุงรักษาตามแผน และนัดตรวจประจำปีให้ทันก่อนใบเดิมครบ 1 ปี

เอกสารที่ใช้ยื่น (ตัวอย่างตามคู่มือของ กทม.)

รายการเอกสารบางข้อใช้เฉพาะบางกรณี ควรตรวจรายการล่าสุดกับหน่วยงานที่จะยื่นก่อนทุกครั้ง

ยื่นที่ไหน ใช้เวลากี่วัน ค่าธรรมเนียมเท่าไร

ถ้าคำขอหรือเอกสารไม่ครบ เจ้าหน้าที่จะทำบันทึกความบกพร่องให้แก้ไขหรือยื่นเพิ่มภายในเวลาที่กำหนด หากไม่ดำเนินการตามกำหนดจะถือว่าละทิ้งคำขอ จึงควรตรวจรายการเอกสารให้ครบก่อนยื่น

ไม่ตรวจ มีโทษอะไร

การไม่ดำเนินการตามหน้าที่ตรวจสอบอาคารอาจมีความรับผิดตามกฎหมาย บทกำหนดโทษกรณีไม่ปฏิบัติตามมาตรา 32 ทวิ อยู่ในมาตรา 65 ทวิ แห่ง พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 (ดูตัวบทฉบับรวมในหัวข้อแหล่งข้อมูลประกอบ) เจ้าของอาคารควรตรวจตัวบทฉบับปัจจุบัน เงื่อนไข และกำหนดเวลาของอาคารตนกับผู้ตรวจสอบและเจ้าพนักงานท้องถิ่นก่อนดำเนินการ

แล้วบ้านพักอาศัยทั่วไปล่ะ?

บ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม อาคารพาณิชย์ขนาดเล็ก โดยทั่วไปไม่อยู่ในเกณฑ์ตรวจสอบประจำปีตามประเภทข้างต้น แต่ต้องตรวจขนาด การใช้งาน และเงื่อนไขของอาคารจริงประกอบ แต่การให้วิศวกรตรวจโครงสร้างก็สำคัญไม่แพ้กันในหลายสถานการณ์:

กรณีเหล่านี้ไม่ต้องใช้ใบ ร.1 แต่ควรให้วิศวกรตรวจสภาพโครงสร้างบ้านและอาคารก่อนตัดสินใจซื้อ ซ่อม หรือต่อเติม

เตรียมตัวอย่างไรเมื่อต้องตรวจสอบอาคาร

  1. รวบรวมแบบแปลนอาคาร (ถ้ามี) ใบอนุญาตเดิม ใบ ร.1 ฉบับล่าสุด และประวัติการซ่อมแซม
  2. ติดต่อผู้ตรวจสอบอาคารที่ขึ้นทะเบียนล่วงหน้า เพื่อตกลงขอบเขตและวันเข้าตรวจให้ทันก่อนใบเดิมครบกำหนด
  3. ผู้ตรวจสอบอาคารเข้าตรวจหน้างานตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด พร้อมถ่ายภาพและบันทึกจุดสำคัญ
  4. รับรายงานผลจากผู้ตรวจสอบอาคาร พร้อมรายการที่ต้องแก้ไขปรับปรุง
  5. ส่งรายงานให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นเพื่อออกใบ ร.1 (กรณีอาคารตามกฎหมาย)

ใกล้ครบรอบตรวจอาคาร เริ่มจากตรงไหนดี

ถ้าอาคารของคุณเข้าข่าย 9 ประเภท หรือใบ ร.1 ใกล้ครบ 1 ปี ให้ติดต่อผู้ตรวจสอบอาคารที่ขึ้นทะเบียนตามมาตรา 32 ทวิ โดยสอบถามรายชื่อผู้ตรวจสอบที่ขึ้นทะเบียนได้จากกรมโยธาธิการและผังเมือง หรือเจ้าพนักงานท้องถิ่นที่อาคารตั้งอยู่ และขอดูหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียน (แบบ รต.1) ก่อนจ้าง บริษัท ทริปเปิ้ลอี จำกัด ไม่ได้ให้บริการตรวจสอบและออกรายงานตามกฎหมายเพื่อขอใบ ร.1

ส่วนบ้านหรืออาคารที่มีรอยร้าว ทรุด หรือต้องการให้วิศวกรดูความมั่นคงของโครงสร้างก่อนซื้อ ซ่อม หรือต่อเติม ดูบริการตรวจสภาพโครงสร้างบ้านและอาคาร (ไม่ใช่การตรวจตามกฎหมาย) ของเราได้

ถ้ากำลังวางแผนสร้างอาคารใหม่ที่อาจเข้าข่าย เช่น หอพัก อาคารชุด หรือโรงงานหลายชั้น การวางระบบหนีไฟและงานระบบตั้งแต่ขั้นออกแบบบ้าน อาคาร และโรงงานช่วยให้การตรวจในอนาคตง่ายขึ้น

บ้านหรืออาคารมีรอยร้าว ทรุด อยากให้วิศวกรดูโครงสร้าง?

ทีมสามัญวิศวกรโยธาของ Triple E รับตรวจสภาพโครงสร้างบ้านและอาคาร (ไม่ใช่การตรวจสอบอาคารตามกฎหมายเพื่อขอใบ ร.1) ส่งแบบแปลนหรือรูปถ่ายหน้างานมาประเมินขอบเขตงานและราคาเบื้องต้น ฟรี — ให้บริการทุกจังหวัดทั่วประเทศ

โทร 063 956 3628 LINE: @lungchangdesign

หมายเหตุ: สาระในบทความนี้สรุปจากกฎหมายควบคุมอาคารเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น เกณฑ์บางรายการมีรายละเอียดปลีกย่อยตามกฎกระทรวงและประกาศที่เกี่ยวข้อง ควรตรวจสอบกับผู้ตรวจสอบอาคารหรือเจ้าพนักงานท้องถิ่นสำหรับกรณีเฉพาะของท่าน

แหล่งข้อมูลประกอบ

ตรวจสอบประกอบเมื่อ 21 ตุลาคม 2569

คำถามที่พบบ่อย

อาคารประเภทไหนบ้างที่กฎหมายบังคับต้องตรวจสอบ?

อาคาร 9 ประเภทตามกฎหมายควบคุมอาคาร ได้แก่ อาคารสูงตั้งแต่ 23 เมตร อาคารขนาดใหญ่พิเศษตั้งแต่ 10,000 ตร.ม. อาคารชุมนุมคนตั้งแต่ 1,000 ตร.ม. หรือ 500 คน โรงมหรสพ โรงแรมตั้งแต่ 80 ห้อง สถานบริการตั้งแต่ 200 ตร.ม. อาคารชุด/อาคารอยู่อาศัยรวมตั้งแต่ 2,000 ตร.ม. โรงงานสูงกว่า 1 ชั้นพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 5,000 ตร.ม. และป้ายขนาดใหญ่ตามเกณฑ์ในกฎกระทรวง

ต้องตรวจสอบอาคารบ่อยแค่ไหน?

ตรวจสอบใหญ่ทุก 5 ปี และตรวจสอบประจำปีทุกปีในช่วงปีระหว่างการตรวจใหญ่ โดยผู้ตรวจสอบอาคารที่ขึ้นทะเบียนตามกฎหมาย แล้วเจ้าของอาคารยื่นรายงานต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นเพื่อพิจารณาออกใบรับรองการตรวจสอบอาคาร (แบบ ร.1)

ไม่ตรวจสอบอาคารมีโทษอะไร?

การไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ตรวจสอบอาคารอาจมีความรับผิดตามกฎหมาย บทกำหนดโทษกรณีไม่ปฏิบัติตามมาตรา 32 ทวิ อยู่ในมาตรา 65 ทวิ แห่ง พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ควรตรวจตัวบทฉบับปัจจุบันและกำหนดเวลาของอาคารจริงกับผู้ตรวจสอบอาคารและเจ้าพนักงานท้องถิ่น

ใบ ร.1 คืออะไร?

ใบ ร.1 คือใบรับรองการตรวจสอบอาคาร ที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นออกให้หลังพิจารณารายงานผลการตรวจสอบสภาพอาคารของผู้ตรวจสอบอาคารแล้ว เจ้าของอาคารต้องยื่นรายงานผลการตรวจสอบทุกปี ก่อนวันที่ใบรับรองฉบับเดิมจะครบ 1 ปี

แบบ ขร.1 ต่างจากใบ ร.1 อย่างไร?

แบบ ขร.1 คือคำขอรับใบรับรองการตรวจสอบอาคารที่เจ้าของอาคารใช้ยื่นในกรุงเทพมหานคร ส่วนแบบ ร.1 คือใบรับรองที่ได้รับเมื่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นพิจารณาแล้ว ท้องถิ่นอื่นอาจใช้แบบหรือขั้นตอนต่างไป

อาคารควบคุมการใช้ กับอาคาร 9 ประเภทที่ต้องตรวจสอบ เหมือนกันไหม?

ไม่เหมือนกัน อาคารประเภทควบคุมการใช้อยู่ในมาตรา 32 เน้นการใช้อาคารให้ตรงตามที่ได้รับอนุญาต ส่วนอาคาร 9 ประเภทที่ต้องตรวจสอบอยู่ในมาตรา 32 ทวิ และกฎกระทรวง พ.ศ. 2548 เน้นการตรวจสภาพอาคารระหว่างใช้งาน อาคารหลังเดียวอาจเข้าทั้งสองกลุ่ม เช่น โรงแรมหรืออาคารชุดขนาดใหญ่

ขอใบ ร.1 ใช้เวลากี่วัน เสียค่าธรรมเนียมเท่าไร?

คู่มือสำหรับประชาชนของกรุงเทพมหานครกำหนดระยะเวลาดำเนินการรวม 30 วันนับจากเจ้าหน้าที่ตรวจเอกสารครบถ้วน และค่าธรรมเนียม 100 บาท ส่วนต่างจังหวัดให้ตรวจระยะเวลาและค่าธรรมเนียมกับเทศบาลหรือ อบต. ในพื้นที่

ใครเป็นผู้ตรวจสอบอาคารได้?

ผู้ตรวจสอบอาคารต้องขึ้นทะเบียนกับคณะกรรมการควบคุมอาคารและได้รับหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนแบบ รต.1 กรณีบุคคลธรรมดาต้องมีสัญชาติไทย มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมหรือสถาปัตยกรรมควบคุม และผ่านการอบรมหลักสูตรที่คณะกรรมการควบคุมอาคารรับรอง