จัดทำโดย บริษัท ทริปเปิ้ลอี จำกัด · ปรับปรุง

เตรียมข้อมูลก่อนตรวจอาคาร
- ข้อมูลอาคาร: รวบรวมประเภท การใช้งาน และที่ตั้ง
- แบบและประวัติ: เตรียมเอกสารเดิมและประวัติงานซ่อม
- นัดผู้ตรวจ: ตกลงขอบเขตและวันเข้าตรวจ
- ติดตามผล: เก็บรายงานและติดตามรายการแก้ไข
ตรวจเกณฑ์ที่ใช้กับอาคารจริงร่วมกับผู้ตรวจและเจ้าพนักงานท้องถิ่น
การตรวจสอบอาคารคืออะไร ทำไมกฎหมายต้องบังคับ
การตรวจสอบอาคาร (Building Inspection) คือการให้ผู้ตรวจสอบที่ขึ้นทะเบียนตามกฎหมาย เข้าตรวจประเมินความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้าง ระบบประกอบอาคาร (ไฟฟ้า ลิฟต์ ระบบดับเพลิง ทางหนีไฟ) และสมรรถนะด้านความปลอดภัย ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร
มาตรา 32 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 กำหนดให้ผู้ตรวจสอบด้านวิศวกรรมหรือด้านสถาปัตยกรรมตรวจทั้งสภาพอาคาร โครงสร้างของตัวอาคาร และอุปกรณ์ประกอบที่เกี่ยวกับความปลอดภัยของผู้ใช้อาคาร ได้แก่
- ระบบไฟฟ้าและการจัดแสงสว่าง
- ระบบการเตือน การป้องกัน และการระงับอัคคีภัย
- การป้องกันอันตรายเมื่อมีเหตุชุลมุนวุ่นวาย
- ระบบระบายอากาศ ระบบระบายน้ำ และระบบบำบัดน้ำเสีย
- ระบบเครื่องกล และระบบอื่นของอาคารที่จำเป็นต่อการป้องกันภยันตรายต่อสุขภาพ ชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สิน
ที่กฎหมายบังคับเพราะบทเรียนราคาแพงในอดีต ทั้งเพลิงไหม้และอาคารถล่ม ที่ความเสียหายส่วนใหญ่ป้องกันได้ถ้ามีการตรวจสภาพสม่ำเสมอ — เหมือนรถต้องตรวจสภาพประจำปี อาคารที่มีคนใช้จำนวนมากก็เช่นกัน
อาคารควบคุม 9 ประเภทที่ต้องตรวจสอบตามกฎหมาย (ตารางเกณฑ์ขนาด)
อาคาร 9 ประเภทนี้มาจากกฎหมาย 2 ชั้น: 3 ประเภทแรกกำหนดไว้ในมาตรา 32 ทวิ (1) และ (2) แห่ง พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร ส่วนอีก 6 ประเภทกำหนดในกฎกระทรวงกำหนดประเภทอาคารที่ต้องจัดให้มีผู้ตรวจสอบ พ.ศ. 2548 ข้อ 1 ซึ่งออกตามมาตรา 32 ทวิ (3) เมื่อรวมกันจึงเป็น "อาคาร 9 ประเภท" ที่เจ้าของอาคารต้องจัดให้มีการตรวจสอบ
| ประเภทอาคาร | เกณฑ์ที่เข้าข่าย | ที่มา |
|---|---|---|
| 1. อาคารสูง | ความสูงตั้งแต่ 23 เมตรขึ้นไป (ดูวิธีวัดด้านล่าง) | พ.ร.บ. มาตรา 32 ทวิ (1) |
| 2. อาคารขนาดใหญ่พิเศษ | พื้นที่รวมกันทุกชั้นในหลังเดียวกันตั้งแต่ 10,000 ตร.ม. ขึ้นไป | พ.ร.บ. มาตรา 32 ทวิ (1) |
| 3. อาคารชุมนุมคน | อาคารที่ใช้เพื่อการชุมนุมคน พื้นที่ตั้งแต่ 1,000 ตร.ม. หรือจุคนได้ตั้งแต่ 500 คนขึ้นไป | พ.ร.บ. มาตรา 32 ทวิ (2) |
| 4. โรงมหรสพ | โรงมหรสพทุกแห่ง กฎกระทรวงไม่ได้กำหนดขนาดขั้นต่ำ | กฎกระทรวง 2548 ข้อ 1 (1) |
| 5. โรงแรม | โรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม ที่มีห้องพักตั้งแต่ 80 ห้องขึ้นไป | กฎกระทรวง 2548 ข้อ 1 (2) |
| 6. สถานบริการ | สถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ ที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 200 ตร.ม. ขึ้นไป | กฎกระทรวง 2548 ข้อ 1 (3) |
| 7. อาคารชุด / อาคารอยู่อาศัยรวม | พื้นที่ตั้งแต่ 2,000 ตร.ม. ขึ้นไป (เช่น คอนโด อพาร์ตเมนต์ หอพัก) | กฎกระทรวง 2548 ข้อ 1 (4) |
| 8. อาคารโรงงาน | โรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน ที่สูงมากกว่า 1 ชั้น และมีพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 5,000 ตร.ม. ขึ้นไป | กฎกระทรวง 2548 ข้อ 1 (5) |
| 9. ป้ายขนาดใหญ่ | ป้ายหรือโครงป้ายที่สูงจากพื้นดินตั้งแต่ 15 เมตร หรือมีพื้นที่ตั้งแต่ 50 ตร.ม. หรือป้ายบนหลังคา/ดาดฟ้าหรือส่วนใดของอาคารที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 25 ตร.ม. ขึ้นไป | กฎกระทรวง 2548 ข้อ 1 (6) |
ที่มาของตาราง: สำนักงานควบคุมอาคาร กรุงเทพมหานคร และคู่มือสำหรับประชาชนการขอใบรับรองการตรวจสอบสภาพอาคาร (แบบ ขร.1) ของกรุงเทพมหานคร ดูลิงก์ในหัวข้อแหล่งข้อมูลประกอบท้ายบทความ
วิธีวัดความสูงและนับพื้นที่ที่มักเข้าใจผิด
- อาคารสูง: มาตรา 4 แห่ง พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร หมายถึงอาคารที่บุคคลอาจเข้าอยู่หรือเข้าใช้สอยได้ที่สูงตั้งแต่ 23 เมตร ให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างถึงพื้นดาดฟ้า ส่วนอาคารทรงจั่วหรือปั้นหยาให้วัดถึงยอดผนังของชั้นสูงสุด
- อาคารขนาดใหญ่พิเศษ: นับพื้นที่รวมกันทุกชั้นในหลังเดียวกัน ไม่ใช่เฉพาะพื้นที่ชั้นล่าง และนับรวมทั้งส่วนที่อยู่อาศัยและส่วนประกอบกิจการ
- อาคารชุด/อยู่อาศัยรวม และโรงงาน: พิจารณาพื้นที่ตามเกณฑ์ในกฎกระทรวง หากอาคารมีหลายส่วน หลายหลัง หรือต่อเติมภายหลัง ควรให้ผู้ตรวจสอบอาคารหรือเจ้าพนักงานท้องถิ่นยืนยันวิธีคิดพื้นที่ของกรณีจริงก่อนสรุปว่าไม่เข้าข่าย
ตัวอย่างการเช็คเบื้องต้น (ตัวอย่างสมมติ)
- อพาร์ตเมนต์ 4 ชั้น ชั้นละประมาณ 600 ตร.ม. — พื้นที่รวมราว 2,400 ตร.ม. เกิน 2,000 ตร.ม. จึงมีแนวโน้มเข้าข่ายประเภทที่ 7
- โรงแรม 60 ห้อง สูง 5 ชั้น — ยังไม่ถึงเกณฑ์ 80 ห้องของประเภทที่ 5 แต่ต้องดูต่อว่าความสูงถึง 23 เมตร หรือพื้นที่รวมถึง 10,000 ตร.ม. หรือไม่
- โรงงานชั้นเดียว พื้นที่ 8,000 ตร.ม. — ไม่เข้าประเภทที่ 8 เพราะเกณฑ์ต้องสูงมากกว่า 1 ชั้น และพื้นที่ยังไม่ถึงเกณฑ์อาคารขนาดใหญ่พิเศษ แต่ถ้ามีป้ายขนาดใหญ่บนอาคารต้องเช็คประเภทที่ 9 แยกด้วย
ตัวอย่างเหล่านี้ใช้เพื่อทำความเข้าใจวิธีอ่านเกณฑ์เท่านั้น ผลจริงขึ้นกับการใช้อาคาร พื้นที่ตามแบบ และเอกสารอนุญาตของอาคารแต่ละหลัง
อาคารควบคุมการใช้ คืออะไร เกี่ยวกับอาคาร 9 ประเภทอย่างไร
หลายคนค้นคำว่า "อาคารควบคุมการใช้ 9 ประเภท" แต่ในกฎหมาย 2 คำนี้อยู่คนละมาตรา อาคารประเภทควบคุมการใช้ ตามมาตรา 32 แห่ง พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 หมายถึง
- อาคารสำหรับใช้เป็นคลังสินค้า โรงแรม อาคารชุด หรือสถานพยาบาล
- อาคารสำหรับใช้เพื่อกิจการพาณิชยกรรม อุตสาหกรรม การศึกษา การสาธารณสุข หรือกิจการอื่น ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
กฎหมายควบคุม "การเริ่มใช้" อาคารกลุ่มนี้ เมื่อก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเคลื่อนย้ายเสร็จ ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องแจ้งเจ้าพนักงานท้องถิ่นเป็นหนังสือเพื่อตรวจ เจ้าพนักงานท้องถิ่นต้องตรวจให้เสร็จภายใน 30 วันนับแต่ได้รับแจ้ง และออกใบรับรองให้ใช้อาคารเมื่อเห็นว่าถูกต้องตามที่ได้รับอนุญาต ส่วนการนำอาคารที่ไม่ใช่อาคารประเภทควบคุมการใช้ไปใช้เพื่อกิจการตามมาตรา 32 ต้องได้รับอนุญาตหรือแจ้งเจ้าพนักงานท้องถิ่นก่อนตามมาตรา 33
| หัวข้อ | อาคารประเภทควบคุมการใช้ | อาคาร 9 ประเภทที่ต้องตรวจสอบ |
|---|---|---|
| มาตราหลัก | มาตรา 32 และมาตรา 33 | มาตรา 32 ทวิ และกฎกระทรวง พ.ศ. 2548 |
| กฎหมายดูเรื่องอะไร | ใช้อาคารให้ตรงกับกิจการที่ได้รับอนุญาต | สภาพอาคารและระบบความปลอดภัยระหว่างใช้งาน |
| เกิดขึ้นเมื่อไหร่ | เมื่อก่อสร้างเสร็จก่อนเริ่มใช้ และเมื่อเปลี่ยนการใช้ | ตรวจใหญ่ทุก 5 ปี และตรวจประจำปีในปีระหว่างนั้น |
| เอกสารที่ได้ | ใบรับรองจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นเพื่อให้ใช้อาคาร | ใบรับรองการตรวจสอบอาคาร (แบบ ร.1) |
อาคารหลังเดียวอาจเกี่ยวข้องทั้งสองเรื่อง เช่น โรงแรมที่มีห้องพักตั้งแต่ 80 ห้อง หรืออาคารชุดที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 2,000 ตร.ม. ซึ่งเป็นทั้งอาคารประเภทควบคุมการใช้และอาคารที่ต้องตรวจสอบ ถ้ากำลังจะต่อเติม ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคาร อ่านเพิ่มเรื่องรีโนเวทหรือต่อเติมอาคารต้องขออนุญาตไหม และขั้นตอนขออนุญาตก่อสร้างอาคารก่อนเริ่มงาน
ตรวจสอบใหญ่ กับ ตรวจสอบอาคารประจำปี ต่างกันอย่างไร
การตรวจสอบอาคารตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร แบ่งเป็น 2 แบบที่ทำงานต่อเนื่องกันเป็นรอบ 5 ปี การตรวจใหญ่เป็นตัววางแผน ส่วนการตรวจประจำปีเป็นการติดตามตามแผนนั้น
| หัวข้อ | ตรวจสอบใหญ่ | ตรวจสอบประจำปี |
|---|---|---|
| ความถี่ | ทุก 5 ปี | ทุกปี ในช่วงปีระหว่างการตรวจใหญ่ |
| ขอบเขต | โครงสร้างอาคารและระบบทุกระบบ | ตามแผนการตรวจสอบประจำปีที่ผู้ตรวจจัดทำไว้ในการตรวจใหญ่ |
| สิ่งที่ผู้ตรวจจัดทำ | รายงานผล แผนปฏิบัติการตรวจบำรุงอาคารพร้อมคู่มือ และแผนการตรวจสอบประจำปี | รายงานผลการตรวจตามแผนประจำปี |
| เอกสารยื่นเจ้าพนักงาน | รายงานฉบับจริงที่เจ้าของและผู้ตรวจลงชื่อ สำเนาใบอนุญาตวิชาชีพ สำเนาหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียน สำเนาบัตรประชาชน และแบบแปลนสำหรับการตรวจ | รายงานประจำปีฉบับจริง สำเนาบัตรประชาชน และแบบแปลน ถ้าผู้ตรวจเป็นคนเดิมกับรอบตรวจใหญ่ล่าสุด หากเปลี่ยนผู้ตรวจให้เตรียมเอกสารเหมือนตรวจใหญ่ |
ตรวจครั้งแรกเมื่อไหร่ และต้องยื่นรายงานก่อนวันไหน
- อาคารสร้างใหม่ที่เข้าข่าย: เมื่อเปิดใช้ครบ 1 ปีต้องตรวจสอบ โดยการตรวจครั้งแรกเป็นการตรวจสอบใหญ่
- รอบประจำปี: ยื่นรายงานผลการตรวจสอบทุกปี ก่อนวันที่ใบรับรองการตรวจสอบอาคารฉบับเดิมจะครบ 1 ปี
- ระหว่างปี: เจ้าของอาคารต้องตรวจบำรุงรักษาอาคารและอุปกรณ์ตามแผนและคู่มือที่ผู้ตรวจกำหนด และบันทึกข้อมูลไว้ใช้ในการตรวจรอบถัดไป
ข้อมูลส่วนนี้สรุปจากเอกสารเผยแพร่ของสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสมุทรสาคร (กรมโยธาธิการและผังเมือง) กำหนดวันที่ใช้กับอาคารจริงควรยืนยันกับเจ้าพนักงานท้องถิ่นในพื้นที่
ใครเป็นผู้ตรวจสอบอาคารได้
ผู้ตรวจสอบอาคารตามมาตรา 32 ทวิ ต้องขึ้นทะเบียนกับคณะกรรมการควบคุมอาคาร และได้รับหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบ (แบบ รต.1) โดยเป็นได้ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล
ผู้ตรวจสอบที่เป็นบุคคลธรรมดา
- มีสัญชาติไทย
- ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม หรือสถาปัตยกรรมควบคุม แล้วแต่กรณี
- ผ่านการอบรมหลักสูตรวิธีตรวจสอบสภาพอาคารและอุปกรณ์ประกอบของอาคารที่คณะกรรมการควบคุมอาคารรับรอง
- ไม่เคยถูกเพิกถอนการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบในระยะ 2 ปีก่อนวันขอขึ้นทะเบียน
ผู้ตรวจสอบที่เป็นนิติบุคคล
ต้องจดทะเบียนตามกฎหมายไทย ทุนจดทะเบียนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งเป็นของผู้มีสัญชาติไทย และหุ้นส่วน ผู้ถือหุ้น หรือกรรมการเป็นคนไทยไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง ได้รับอนุญาตประกอบวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง และสมาชิกในคณะผู้บริหารไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งต้องผ่านการอบรมหลักสูตรที่คณะกรรมการควบคุมอาคารรับรอง
หากผู้ตรวจสอบอาคารสรุปผลการตรวจในส่วนใดไม่ได้ ต้องจัดหาผู้ประกอบวิชาชีพเฉพาะสาขามาตรวจเพิ่มเติม จึงควรตกลงขอบเขตและผู้รับผิดชอบแต่ละระบบให้ชัดตั้งแต่ก่อนเข้าตรวจ
ใบ ร.1 คืออะไร ใบรับรองการตรวจสอบอาคารขอยังไง
ใบ ร.1 (แบบ ร.1) คือใบรับรองการตรวจสอบอาคาร ที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นออกให้หลังพิจารณารายงานผลการตรวจสอบสภาพอาคารแล้ว ตามมาตรา 32 ทวิ เจ้าพนักงานท้องถิ่นต้องพิจารณาผลการตรวจโดยไม่ชักช้า เพื่อออกใบรับรองการตรวจสอบสภาพอาคาร หรือดำเนินการตามมาตรา 46 หรือมาตรา 46 ทวิ แล้วแต่กรณี เมื่อได้รับใบรับรองแล้ว ควรนำไปติดประกาศภายในอาคารในบริเวณที่เห็นได้ชัด
แบบ ร.1 กับแบบ ขร.1 ต่างกันอย่างไร
แบบ ขร.1 คือคำขอรับใบรับรองการตรวจสอบอาคารที่เจ้าของอาคารใช้ยื่น ส่วนแบบ ร.1 คือใบรับรองที่ได้รับเมื่อเจ้าพนักงานพิจารณาแล้ว ชื่อแบบฟอร์มนี้อ้างตามคู่มือสำหรับประชาชนของกรุงเทพมหานคร ท้องถิ่นอื่นอาจใช้แบบหรือขั้นตอนต่างไป
ขั้นตอนขอใบ ร.1 ทีละขั้น

- จัดหาผู้ตรวจสอบอาคารที่ขึ้นทะเบียน และตกลงขอบเขตว่าเป็นการตรวจใหญ่หรือตรวจประจำปี
- เตรียมแบบแปลนสำหรับการตรวจสอบไว้ที่อาคาร โดยแปลนพื้นทุกชั้นแสดงตำแหน่งอุปกรณ์ดับเพลิง เส้นทางหนีไฟ และบันไดหนีไฟ
- ผู้ตรวจสอบตรวจแบบ เอกสาร และบันทึกการบำรุงรักษาที่ผ่านมา แล้วเข้าตรวจอาคารตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
- ผู้ตรวจจัดทำรายงานผล หากอาคารยังไม่ผ่านเกณฑ์ ผู้ตรวจจะแจ้งรายการให้เจ้าของอาคารแก้ไขปรับปรุง
- เจ้าของอาคารยื่นคำขอพร้อมรายงานผลต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น (กรุงเทพมหานครใช้แบบ ขร.1)
- เจ้าพนักงานท้องถิ่นพิจารณาและออกใบรับรองการตรวจสอบอาคาร (แบบ ร.1)
- ติดประกาศใบรับรองในอาคาร ตรวจบำรุงรักษาตามแผน และนัดตรวจประจำปีให้ทันก่อนใบเดิมครบ 1 ปี
เอกสารที่ใช้ยื่น (ตัวอย่างตามคู่มือของ กทม.)
- คำขอรับใบรับรองการตรวจสอบอาคาร (แบบ ขร.1)
- หนังสือรับรองของผู้ตรวจสอบอาคารตามมาตรา 32 ทวิ และรายงานผลการตรวจสอบอาคารและอุปกรณ์ประกอบของอาคาร
- สำเนาหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบ (แบบ รต.1) และสำเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพของผู้ตรวจที่ยังไม่สิ้นอายุ
- สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของผู้ยื่น หรือหนังสือรับรองนิติบุคคลกรณีนิติบุคคลเป็นผู้ยื่น และหนังสือมอบอำนาจถ้ามีผู้รับมอบ
- สำเนาใบอนุญาตก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคาร หรือใบรับรองการก่อสร้างอาคาร (ถ้ามี) และสำเนาใบ ร.1 ฉบับล่าสุด กรณีเคยได้รับมาแล้ว
- เอกสารเฉพาะกรณี เช่น หลักฐานการชำระภาษีป้ายสำหรับป้าย หรือหลักฐานการประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอก สำหรับอาคารที่กฎกระทรวงกำหนดให้ต้องทำประกันภัย
รายการเอกสารบางข้อใช้เฉพาะบางกรณี ควรตรวจรายการล่าสุดกับหน่วยงานที่จะยื่นก่อนทุกครั้ง
ยื่นที่ไหน ใช้เวลากี่วัน ค่าธรรมเนียมเท่าไร
- กรุงเทพมหานคร: ยื่นที่สำนักงานควบคุมอาคาร สำนักการโยธา หรือฝ่ายโยธา สำนักงานเขตทั้ง 50 เขต (จันทร์–ศุกร์ 08:00–16:00 น. ยกเว้นวันหยุดราชการ) หรือยื่นออนไลน์ผ่านระบบ BMA OSS ตามคำสั่งมอบอำนาจของ กทม. อาคารสูง อาคารขนาดใหญ่พิเศษ และอาคารบางประเภทอยู่ในอำนาจของผู้อำนวยการสำนักการโยธา ส่วนอาคารประเภทอื่นอยู่ในอำนาจของผู้อำนวยการเขต
- ระยะเวลา (กทม.): คู่มือประชาชนกำหนดระยะเวลาดำเนินการรวม 30 วัน เริ่มนับเมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจเอกสารครบถ้วนแล้ว และแจ้งผลภายใน 7 วันนับแต่พิจารณาเสร็จ
- ค่าธรรมเนียม (กทม.): คู่มือระบุ 100 บาท
- ต่างจังหวัด: ยื่นต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นของพื้นที่ เช่น เทศบาลหรือ อบต. แบบฟอร์ม ระยะเวลา และค่าธรรมเนียมอาจต่างจาก กทม. ให้ตรวจกับท้องถิ่นก่อนยื่น
ไม่ตรวจ มีโทษอะไร
แล้วบ้านพักอาศัยทั่วไปล่ะ?
บ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม อาคารพาณิชย์ขนาดเล็ก โดยทั่วไปไม่อยู่ในเกณฑ์ตรวจสอบประจำปีตามประเภทข้างต้น แต่ต้องตรวจขนาด การใช้งาน และเงื่อนไขของอาคารจริงประกอบ แต่การให้วิศวกรตรวจโครงสร้างก็สำคัญไม่แพ้กันในหลายสถานการณ์:
- ก่อนซื้อบ้านมือสอง — รู้สภาพจริงก่อนจ่ายเงินก้อนใหญ่ที่สุดในชีวิต
- บ้านมีรอยร้าว ทรุด เอียง — แยกให้ออกว่าร้าวผิวฉาบหรือร้าวโครงสร้าง
- ก่อนรีโนเวท/ต่อเติม — เช็คว่าโครงสร้างเดิมรับน้ำหนักเพิ่มไหวไหม
- หลังเหตุการณ์ผิดปกติ — น้ำท่วม ไฟไหม้ แผ่นดินไหว หรือมีงานก่อสร้างใหญ่ข้างบ้าน
กรณีเหล่านี้ไม่ต้องใช้ใบ ร.1 แต่ควรให้วิศวกรตรวจสภาพโครงสร้างบ้านและอาคารก่อนตัดสินใจซื้อ ซ่อม หรือต่อเติม
เตรียมตัวอย่างไรเมื่อต้องตรวจสอบอาคาร
- รวบรวมแบบแปลนอาคาร (ถ้ามี) ใบอนุญาตเดิม ใบ ร.1 ฉบับล่าสุด และประวัติการซ่อมแซม
- ติดต่อผู้ตรวจสอบอาคารที่ขึ้นทะเบียนล่วงหน้า เพื่อตกลงขอบเขตและวันเข้าตรวจให้ทันก่อนใบเดิมครบกำหนด
- ผู้ตรวจสอบอาคารเข้าตรวจหน้างานตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด พร้อมถ่ายภาพและบันทึกจุดสำคัญ
- รับรายงานผลจากผู้ตรวจสอบอาคาร พร้อมรายการที่ต้องแก้ไขปรับปรุง
- ส่งรายงานให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นเพื่อออกใบ ร.1 (กรณีอาคารตามกฎหมาย)
ใกล้ครบรอบตรวจอาคาร เริ่มจากตรงไหนดี
ถ้าอาคารของคุณเข้าข่าย 9 ประเภท หรือใบ ร.1 ใกล้ครบ 1 ปี ให้ติดต่อผู้ตรวจสอบอาคารที่ขึ้นทะเบียนตามมาตรา 32 ทวิ โดยสอบถามรายชื่อผู้ตรวจสอบที่ขึ้นทะเบียนได้จากกรมโยธาธิการและผังเมือง หรือเจ้าพนักงานท้องถิ่นที่อาคารตั้งอยู่ และขอดูหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียน (แบบ รต.1) ก่อนจ้าง บริษัท ทริปเปิ้ลอี จำกัด ไม่ได้ให้บริการตรวจสอบและออกรายงานตามกฎหมายเพื่อขอใบ ร.1
ส่วนบ้านหรืออาคารที่มีรอยร้าว ทรุด หรือต้องการให้วิศวกรดูความมั่นคงของโครงสร้างก่อนซื้อ ซ่อม หรือต่อเติม ดูบริการตรวจสภาพโครงสร้างบ้านและอาคาร (ไม่ใช่การตรวจตามกฎหมาย) ของเราได้
ถ้ากำลังวางแผนสร้างอาคารใหม่ที่อาจเข้าข่าย เช่น หอพัก อาคารชุด หรือโรงงานหลายชั้น การวางระบบหนีไฟและงานระบบตั้งแต่ขั้นออกแบบบ้าน อาคาร และโรงงานช่วยให้การตรวจในอนาคตง่ายขึ้น
บ้านหรืออาคารมีรอยร้าว ทรุด อยากให้วิศวกรดูโครงสร้าง?
ทีมสามัญวิศวกรโยธาของ Triple E รับตรวจสภาพโครงสร้างบ้านและอาคาร (ไม่ใช่การตรวจสอบอาคารตามกฎหมายเพื่อขอใบ ร.1) ส่งแบบแปลนหรือรูปถ่ายหน้างานมาประเมินขอบเขตงานและราคาเบื้องต้น ฟรี — ให้บริการทุกจังหวัดทั่วประเทศ
โทร 063 956 3628 LINE: @lungchangdesignหมายเหตุ: สาระในบทความนี้สรุปจากกฎหมายควบคุมอาคารเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น เกณฑ์บางรายการมีรายละเอียดปลีกย่อยตามกฎกระทรวงและประกาศที่เกี่ยวข้อง ควรตรวจสอบกับผู้ตรวจสอบอาคารหรือเจ้าพนักงานท้องถิ่นสำหรับกรณีเฉพาะของท่าน
แหล่งข้อมูลประกอบ
- สำนักงานควบคุมอาคาร กรุงเทพมหานคร: อาคารที่ต้องตรวจสอบ 9 ประเภท
- กรุงเทพมหานคร: คู่มือสำหรับประชาชน การขอใบรับรองการตรวจสอบสภาพอาคาร (แบบ ขร.1) (PDF)
- พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ฉบับรวมแก้ไขเพิ่มเติม จัดทำโดยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เผยแพร่บนเว็บไซต์กรุงเทพมหานคร (PDF)
- สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสมุทรสาคร กรมโยธาธิการและผังเมือง: การตรวจสอบอาคาร
ตรวจสอบประกอบเมื่อ 21 ตุลาคม 2569
คำถามที่พบบ่อย
อาคารประเภทไหนบ้างที่กฎหมายบังคับต้องตรวจสอบ?
อาคาร 9 ประเภทตามกฎหมายควบคุมอาคาร ได้แก่ อาคารสูงตั้งแต่ 23 เมตร อาคารขนาดใหญ่พิเศษตั้งแต่ 10,000 ตร.ม. อาคารชุมนุมคนตั้งแต่ 1,000 ตร.ม. หรือ 500 คน โรงมหรสพ โรงแรมตั้งแต่ 80 ห้อง สถานบริการตั้งแต่ 200 ตร.ม. อาคารชุด/อาคารอยู่อาศัยรวมตั้งแต่ 2,000 ตร.ม. โรงงานสูงกว่า 1 ชั้นพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 5,000 ตร.ม. และป้ายขนาดใหญ่ตามเกณฑ์ในกฎกระทรวง
ต้องตรวจสอบอาคารบ่อยแค่ไหน?
ตรวจสอบใหญ่ทุก 5 ปี และตรวจสอบประจำปีทุกปีในช่วงปีระหว่างการตรวจใหญ่ โดยผู้ตรวจสอบอาคารที่ขึ้นทะเบียนตามกฎหมาย แล้วเจ้าของอาคารยื่นรายงานต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นเพื่อพิจารณาออกใบรับรองการตรวจสอบอาคาร (แบบ ร.1)
ไม่ตรวจสอบอาคารมีโทษอะไร?
การไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ตรวจสอบอาคารอาจมีความรับผิดตามกฎหมาย บทกำหนดโทษกรณีไม่ปฏิบัติตามมาตรา 32 ทวิ อยู่ในมาตรา 65 ทวิ แห่ง พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ควรตรวจตัวบทฉบับปัจจุบันและกำหนดเวลาของอาคารจริงกับผู้ตรวจสอบอาคารและเจ้าพนักงานท้องถิ่น
ใบ ร.1 คืออะไร?
ใบ ร.1 คือใบรับรองการตรวจสอบอาคาร ที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นออกให้หลังพิจารณารายงานผลการตรวจสอบสภาพอาคารของผู้ตรวจสอบอาคารแล้ว เจ้าของอาคารต้องยื่นรายงานผลการตรวจสอบทุกปี ก่อนวันที่ใบรับรองฉบับเดิมจะครบ 1 ปี
แบบ ขร.1 ต่างจากใบ ร.1 อย่างไร?
แบบ ขร.1 คือคำขอรับใบรับรองการตรวจสอบอาคารที่เจ้าของอาคารใช้ยื่นในกรุงเทพมหานคร ส่วนแบบ ร.1 คือใบรับรองที่ได้รับเมื่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นพิจารณาแล้ว ท้องถิ่นอื่นอาจใช้แบบหรือขั้นตอนต่างไป
อาคารควบคุมการใช้ กับอาคาร 9 ประเภทที่ต้องตรวจสอบ เหมือนกันไหม?
ไม่เหมือนกัน อาคารประเภทควบคุมการใช้อยู่ในมาตรา 32 เน้นการใช้อาคารให้ตรงตามที่ได้รับอนุญาต ส่วนอาคาร 9 ประเภทที่ต้องตรวจสอบอยู่ในมาตรา 32 ทวิ และกฎกระทรวง พ.ศ. 2548 เน้นการตรวจสภาพอาคารระหว่างใช้งาน อาคารหลังเดียวอาจเข้าทั้งสองกลุ่ม เช่น โรงแรมหรืออาคารชุดขนาดใหญ่
ขอใบ ร.1 ใช้เวลากี่วัน เสียค่าธรรมเนียมเท่าไร?
คู่มือสำหรับประชาชนของกรุงเทพมหานครกำหนดระยะเวลาดำเนินการรวม 30 วันนับจากเจ้าหน้าที่ตรวจเอกสารครบถ้วน และค่าธรรมเนียม 100 บาท ส่วนต่างจังหวัดให้ตรวจระยะเวลาและค่าธรรมเนียมกับเทศบาลหรือ อบต. ในพื้นที่
ใครเป็นผู้ตรวจสอบอาคารได้?
ผู้ตรวจสอบอาคารต้องขึ้นทะเบียนกับคณะกรรมการควบคุมอาคารและได้รับหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนแบบ รต.1 กรณีบุคคลธรรมดาต้องมีสัญชาติไทย มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมหรือสถาปัตยกรรมควบคุม และผ่านการอบรมหลักสูตรที่คณะกรรมการควบคุมอาคารรับรอง